บทอธิษฐานขออโหสิกรรม

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

" กายะกัมมัง วะจีกัมมัง มะโนกัมมัง สัญจิจจะกัมมัง
อะสัญจิจะกัมมัง ขะมันตุ เม อะโหสิกัมมัง ภะวะตุ เม."

กรรมใดๆ ไม่ว่าจะเป็นกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ที่ข้าพเจ้า ได้ทำล่วงเกินแก่ผู้ใด
ทั้งโดยตั้งใจก็ดี ไม่ได้ตั้งใจก็ดี ในภพชาติใดก็ตาม ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย
จงโปรดยกโทษให้เป็นอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้า อย่าได้จองเวรจองกรรมต่อกันอีกเลย

แม้แต่กรรมใด ที่ใครๆ ทำแก่ข้าพเจ้าก็ตาม ข้าพเจ้าขออโหสิกรรม ให้ทั้งสิ้น ยกถวายพระพุทธเจ้าเป็นอภัยทาน
ขอจงดลใจให้เขาเหล่านั้น กลับมีเมตตาจิต คิดเป็นมิตร กับข้าพเจ้า เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรม ต่อกันตลอดไป

ด้วยอานิสงส์แห่งอภัยทานนี้ ขอให้ข้าพเจ้าพร้อมทั้ง ครอบครัว ตลอดจนวงศาคณาญาติ
ผู้มีอุปการคุณของข้าพเจ้า พ้นจากความทุกข์ยาก ลำบากเข็ญใจ ความทุกข์อย่าได้ใกล้
ความเจ็บไข้อย่าได้มี ขอได้มีความสุขสวัสดีมีชัย เสนียดจัญไรและอุปัทวันตรายทั้งหลาย
จงเสื่อมสิ้นหายไป นึกคิดปรารถนาสิ่งใด ที่เป็นไปโดยชอบประกอบ ด้วยธรรมแล้ว
ขอให้สิ่งนั้นจงพลันสำเร็จ ลงพลันสำเร็จ จงพลันสำเร็จเทอญ

คำอธิษฐานอโหสิกรรม

ข้าพเจ้า.....(บอกชื่อ)...ขออโหสิกรรม กรรมใดที่ทำแก่ผู้ใด ในชาติใดๆ ก็ตาม  
ขอให้เจ้ากรรมและนายเวร จงอโหสิกรรม ให้กับข้าพเจ้า อย่าได้จองเวรจองกรรมต่อไปเลย  
แม้แต่กรรมที่ใครๆ ได้ทำกับข้าพเจ้าก็ตาม ข้าพเจ้า ขออโหสิกรรมให้ทั้งสิ้น  
และขอยกถวายพระพุทธเจ้า เป็นอภัยทาน เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อไป  
ด้วยอานิสงส์แห่งอภัยทานนี้ ขอให้ข้าพเจ้าและครอบครัว บุตรหลาน ตลอดจนวงศาคณาญาติ  
และผู้มีอุปการคุณของข้าพเจ้า จงมีความสุข ความเจริญ ปฏิบัติแต่สิ่งที่ดี และสิ่งที่ชอบด้วยเทอญ.

คำขอขมาโทษ (กรรมชั่ว)
กรรมชั่วอันใดที่ข้าพเจ้า.....(บอกชื่อ)...ทำไว้ ด้วยกาย วาจา ใจ ในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์  
คุณบิดา มารดา ครูบาอาจารย์ เพราะความไม่รู้ เพราะความหลง เพราะความงมงาย   เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ขอจงโปรดยกโทษ ให้ข้าพเจ้าพ้นจากความทุกข์ยาก ลำบากเข็ญใจ อันตรายทั้งหลาย จงเสื่อมสูญสิ้นไป
ข้าพเจ้าปรารถนาสิ่งใดที่ดี ขอให้สมปรารถนา นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ. (อธิษฐานตามที่ปรารถนา)

คำขอขมาและอธิษฐานจิต
( สำหรับอธิษฐานหน้าพระพุทธรูป หรือสวดก่อนนอน)

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ๓ จบ

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง  
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต

หากข้าพเจ้า จงใจหรือประมาทพลาดพลั้ง ล่วงเกินบิดา-มารดา ครูบาอาจารย์  
พระพุทธ พระธรรม พระอรหันต์ทุกพระองค์ พระอริยสงฆ์เจ้า ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย  
รวมถึงผู้มีพระคุณ และท่านเจ้ากรรมนายเวร จะด้วยกาย วาจา ใจ  
ขอได้โปรดอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วย หากข้าพเจ้ามีเจ้าของในตัวติดตามมา  
ข้าพเจ้าขออนุญาตมีคู่ มีครอบครัวได้เหมือนคนปกติทั่วไป ขอถอนคำอธิษฐาน  
คำสาบานที่จะติดตามคู่ในอดีตขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระ

ข้าพเจ้าจะประพฤติตนในทางที่ถูก ที่ชอบ ที่ควร ขอบุญบารมีในอดีตกาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน  
จงส่งผลให้ข้าพเจ้าและครอบครัว ตลอดจนบริวารที่เกี่ยวข้อง จงเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ลาภ ยศ สรรเสริญ
สติปัญญา ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ อุปสรรคใด ๆ โรคภัยใด ๆ ขอให้มลายสิ้นไป
ขอให้ข้าพเจ้ามีความสว่างทั้งทางโลกและทางธรรม ตั้งแต่บัดนี้จนตราบเข้าสู่นิพพานเทอญ

ข้าพเจ้าขอถอนคำสัญญา คำสาบาน คำอธิษฐาน ที่ผูกมัดตัวเองและผู้อื่น ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระ
จากสัญญาทั้งปวง (หากข้าพเจ้าหมดอายุแล้ว ข้าพเจ้าขออยู่ต่อเพื่อสร้างบารมี) หากมีผู้
ใดเคยสร้างเวรสร้างกรรมกับข้าพเจ้า ไม่ว่าจะชาติใดภพใดก็ตาม ข้าพเจ้ายินดีอโหสิกรรมให้ ขอถอนความอาฆาต
ความพยาบาท และคำสาปแช่งในทุกชาติ ทุกภพ ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากคำสาปแช่งของปวงชนของเจ้ากรรม
ขอให้พ้นจากนรกภูมิ และพบแสงสว่างทั้งทางโลกและทางธรรม

บทอธิษฐานขออโหสิกรรม อีกข้อความหนึ่ง

การสวดมนต์เจริญภาวนา สามารถแก้ไขปัญหาชีวิต ขจัดโรค แก้ไขเคราะห์กรรม ตัดเวรตัดกรรมได้อย่างถูกวิธี
หลังสวดมนต์เจริญภาวนาแล้ว แอดมินอยากให้เพื่อนๆ สวดบทอธิษฐานขออโหสิกรรมกับสัตว์โลกทั้งหลายด้วย
ในบทความนี้ แอดมินได้นำบทอธิษฐานขออโหสิกรรม พร้อมทั้งความหมายของการอโหสิกรรมและวิธี
การขออโหสิกรรมมาให้ศึกษาและทำความเข้าใจกัน

กายะกัมมัง วะจีกัมมัง มะโนกัมมัง สัญจิจจะกัมมัง
อะสัญจิจะกัมมัง ขะมันตุ เม อะโหสิกัมมัง ภะวะตุ เม
.

กรรมใดๆ ไม่ว่าจะเป็นกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ที่ข้าพเจ้าได้ทำล่วงเกินแก่ผู้ใด ทั้งโดยตั้งใจก็ดี
ไม่ได้ตั้งใจก็ดี ในภพชาติใดก็ตาม ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงโปรดยกโทษให้เป็นอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้า
อย่าได้จองเวรจองกรรมต่อกันอีกเลย แม้แต่กรรมใดที่ใครๆ ทำแก่ข้าพเจ้าก็ตาม

ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมให้ทั้งสิ้น ยกถวายพระพุทธเจ้าเป็นอภัยทาน ขอจงดลใจให้เขาเหล่านั้นกลับมีเมตตาจิต
คิดเป็นมิตรกับข้าพเจ้า เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกันตลอดไป ด้วยอานิสงส์แห่งอภัยทานนี้
ขอให้ข้าพเจ้าพร้อมทั้ง ครอบครัว ตลอดจนวงศาคณาญาติ ผู้มีอุปการคุณของข้าพเจ้า พ้นจากความทุกข์ยาก
ลำบากเข็ญใจความทุกข์อย่าได้ใกล้ ความเจ็บไข้อย่าได้มี ขอได้มีความสุขสวัสดีมีชัย เสนียดจัญไรและอุปัทวันตรายทั้งหลาย
จงเสื่อมสิ้นหายไป นึกคิดปรารถนาสิ่งใดที่เป็นไปโดยชอบประกอบด้วยธรรมแล้ว ขอให้สิ่งนั้น
จงพลันสำเร็จ ลงพลันสำเร็จ จงพลันสำเร็จเทอญ นิพพานะปัจจะโย โหตุ

การขออโหสิกรรมคืออะไร มีความหมายอย่างไร ?

อโหสิกรรม กรรมเลิกให้ผล ไม่มีผลอีก
ได้แก่ กรรมทั้งที่เป็นกุศลและอกุศล ที่เลิกให้ผล เหมือนพืชที่หมดยาง เพาะปลูกไม่ขึ้นอีก

มีวิธีการขออโหสิกรรมอย่างไร ?

๑) ด้วยการอโหสิร่วมกัน ต่างฝ่ายต่างเอ่ยให้อีกฝ่ายรับรู้ด้วยใจ
ยิ่งหนักแน่น สะอาดบริสุทธิ์เท่าไหร่ก็ยิ่งขาดจากเวรได้เด็ดขาดเท่านั้น
และจิตคิดอโหสิอย่างบริสุทธิ์ได้มักไม่ใช่จู่ๆเดินเข้ามาออกปากอภัยกันดื้อๆ
ส่วนใหญ่ต้องร่วมสถานการณ์เลวร้ายกันมาระยะหนึ่ง
แล้วมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสำนึกได้ จึงชักชวนกันทำดีแก่กัน เช่นพูดจาญาติดีกัน
มีใจเห็นภัยของพยาบาทร่วมกัน แล้วจึงปลงใจคิดอโหสิแก่กัน
ต่อมาไม่มีเวรทางกาย วาจา ใจร่วมกันอีกตลอดชีวิต
( ซึ่งถ้าทำได้หมายความว่ากำลังของเวรจากอดีตชาติแพ้กำลังอโหสิในปัจจุบันชาติ)
อย่างนี้ถ้าเจอกันใหม่ ก็คงเจอด้วยความรู้สึกด้านดี

๒) ด้วยการอาศัยสัจจวาจาในการทำบุญร่วมกัน
คือเมื่อทำบุญใหญ่ร่วมกันแล้วอ้างบุญใหญ่ที่ทำร่วมกันนั้น
ว่าทำด้วยใจมีไมตรีต่อกัน ขอให้อานิสงส์จงช่วยล้างเวรภัยระหว่างกัน
หากกำลังบุญนั้นถึงพร้อม (เช่นถวายสังฆทานกับพระอริยสงฆ์)
ก็จะทำให้เกิดความอบอุ่น เบิกบานใจร่วมกัน
ถ้าชนะแรงอาฆาตเก่าๆได้ก็จะรู้สึกกันเดี๋ยวนั้นว่าหมดภัยหมดเวรต่อกันแล้ว

ความสำคัญของความสมัครใจ / ความจริงใจที่จะอโหสิกรรมให้กันนั้น
อยู่ที่ความคิดขออภัย ให้อภัย ไม่จองเวรซึ่งกันและกัน
โดยมากเท่าที่เห็นทั่วๆไปนั้น ยังขออโหสิแบบมีมานะ หรือเจือด้วยโทสะ
บางคนเจตนาขออภัย/ขออโหสิจริงๆในวันหนึ่ง
แต่วันหลังเกิดคิดเล็กคิดน้อยขึ้นมาอีกแบบอดไม่ได้ตามประสาปุถุชน
อย่างนี้อโหสิกรรมนั้นก็ให้ผลไม่เต็มที่

จะต้องขออโหสิกรรมจากใครบ้าง ?

ได้จากทุกคนค่ะ ทั้งพ่อแม่น้อง หรือคนที่เราไม่เคยเห็นหน้า เพราะเราก็ไม่อาจจะทราบว่าเราได้เคยทำกรรมไว้กับใครหรือไม่

ถ้าขออโหสิกรรมแล้วเค้าไม่อโหสิให้จะทำอย่างไร ?

“ ถ้าเราเป็นฝ่ายยกโทษให้หมดอย่างไม่มีเงื่อนไข
หากเขายังมีจิตพยาบาท คิดอาฆาตต่อ
ก็จะเหมือนกับเขาจองเวรกับความว่างเปล่า
เพราะขั้วที่จะทำให้วงจรจองเวรขาดไป

ยกตัวอย่างจากชาดก มีชาติหนึ่งที่พระโพธิสัตว์ถูกพระเทวทัตในอดีตจับไปขึงพืด
พาพรรคพวกข่มขืนภรรยาต่อหน้า
แล้วตัดแขนตัดขาท่านทีละชิ้น
ท่านไม่มีใจคิดร้ายตอบเลย
แผ่เมตตาให้พวกคนร้ายกระทั่งขาดใจ
จิตมีกำลังเมตตาถึงฌาน ก็ไปเกิดเป็นพรหม
เรียกว่าใช้คู่เวรเป็นบันไดสวรรค์ของตนได้

แต่ต่อมาพระเทวทัตก็ยังจองเวรไม่เลิก
ตรงนี้เป็นเรื่องที่ไม่มีใครช่วยได้ครับ
แม้เริ่มจองเวรกัน พระเทวทัตก็เป็นฝ่ายเริ่มฝ่ายเดียวเท่านั้นด้วย
ท่านถึงว่าอยู่ในสังสารวัฏแล้วจะหลีกเลี่ยงสิ่งไม่น่าพึงใจนั้น ไม่มีทางเลย”

ถ้าเราอโหสิกรรมให้เขา โดยที่เขาไม่ทราบ จะสามารถหยุดการผูกเวรต่อกันได้ไหม ? 
“ ไม่ได้หรอกครับ และอย่าว่าแต่เงื่อนไขที่คุณกล่าวเลย ต่อให้เขาทราบ แต่ถ้าใจไม่ยินดีไปกับคุณ เวรก็ไม่อาจระงับอยู่ดี

แต่แง่ดีของการอโหสิให้เขานั้นมีแน่ครับ นั่นคือใจคุณเองจะต่างไป ไม่ผูกพันอยู่กับเขาเพื่อความสูญเปล่าอีก  
ภูมิที่เหมาะกับผู้ให้อภัยคือภูมิของสัตบุรุษ ส่วนภูมิที่เหมาะกับผู้ไม่สำนึกผิดคือภูมิของอสัตบุรุษ
ฉะนั้นโอกาสที่สัตบุรุษกับอสัตบุรุษจะโคจรมาพบกันก็ยากขึ้น โอกาสได้รับความเดือดร้อนจากเขาก็น้อยลง

เวรนั้น แม้ไม่สิ้นก็ทำให้เบาบางลงได้ครับ คุณอภัยเขาอย่างไร้เงื่อนไขได้ชาติหนึ่ง ชาติต่อๆไปก็จะทำได้อีก และมีแนวโน้มที่จะง่ายขึ้นเรื่อยๆ
และห่างชั้นจากเขาไปเรื่อยๆด้วย”


ที่มา  http://larndham.org

เวรวรรค คือ หมวดเวร 

เย เวรํ อุปนยฺหนฺติ เวรํ เตสํ น สมฺมติ. 
เวรของผู้จองเวร ย่อมไม่ระงับ. 

นัย - ม. อุป. ๑๔/ ๒๙๗. นัย- ขุ. ธ. ๒๕/ ๑๕. นัย- ขุ. ชา. ปญฺจก. ๒๗/ ๑๘๒.

เย เวรํ นูปนยฺหนฺติ เวรํ เตสูปสมฺมติ. 
เวรของผู้ไม่จองเวร ย่อมระงับได้. 

นัย - ม. อุป. ๑๔/ ๒๙๗. นัย- ขุ. ธ. ๒๕/ ๑๕. นัย- ขุ. ชา. ปญฺจก. ๒๗/ ๑๘๒.

อเวเรน จ สมฺมนฺติ. 
เวรย่อมระงับด้วยไม่มีเวร . 

วิ . มหา. ๕/ ๓๓๖. ม. อุป. ๑๔/ ๒๙๗. ขุ. ธ. ๒๕/ ๑๕. ขุ. ชา. ปญฺจก. ๒๗/ ๑๘๒.

น หิ เวเรน เวรานิ สมฺมนฺตีธ กุทาจนํ. 
ในกาลไหน ๆ เวรในโลกนี้ย่อมระงับด้วยเวรไม่ได้เลย.

วิ . มหา. ๕/ ๓๓๖. ม. อุป. ๑๔/ ๒๙๗. ขุ. ธ. ๒๕/ ๑๕. ขุ. ชา. ปญฺจก. ๒๗/ ๑๘๒.


กัมมวรรค คือ หมวดกรรม. 


กมฺมํ สตฺเต วิภชติ ยทิทํ หีนปฺปณีตตาย. 
กรรมย่อมจำแนกสัตว์ คือให้ทรามและประณีต. 

ม . อุป. ๑๔/ ๓๘๕.

ยงฺกิญฺจิ สิถิลํ กมฺมํ น ตํ โหติ มหปฺผลํ. 
การงานอะไร ๆ ที่ย่อหย่อน ย่อมไม่มีผลมาก. 

นัย - สํ. ส. ๑๕/ ๖๘.

สานิ กมฺมานิ นยนฺติ ทุคฺคตึ. 
กรรมชั่วของตนเอง ย่อมนำไปสู่ทุคติ. 

ขุ . ธ. ๒๕/ ๔๗.

สุกรํ สาธุนา สาธุ. 
ความดี อันคนดีทำง่าย. 

วิ . จุล. ๗/ ๑๙๕. ขุ. อุ. ๒๕/ ๑๖๗.

สาธุ ปาเปน ทุกฺกรํ. 
ความดี อันคนชั่วทำยาก. 

วิ . จุล. ๗/ ๑๙๕. ขุ. อุ. ๒๕/ ๑๖๗.

อกตํ ทุกฺกฏํ เสยฺโย. 
ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า. 

สํ . ส. ๑๕/ ๖๘. ขุ. ธ. ๒๕/ ๕๖.

ปจฺฉา ตปฺปติ ทุกฺกฏํ. 

ความชั่วย่อมเผาผลาญในภายหลัง. 

สํ . ส. ๑๕/ ๖๘. ขุ. ธ. ๒๕/ ๕๖.

กตญฺจ สุกตํ เสยฺโย. 
ความดี ทำนั่นแล ดีกว่า. 

สํ . ส. ๑๕/ ๖๘. ขุ. ธ. ๒๕/ ๕๖.

น ตํ กมฺมํ กตํ สาธุ ยํ กตฺวา อนุตปฺปติ. 
ทำกรรมใดแล้วร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำแล้วนั้นไม่ดี. 

สํ . ส. ๑๕/ ๘๑. ขุ. ธ. ๒๕/ ๒๓.

ตญฺจ กมฺมํ กตํ สาธุ ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ. 
ทำกรรมใดแล้วไม่ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำแล้วนั้นแลเป็นดี. 

สํ . ส. ๑๕/ ๘๑. ขุ. ธ. ๒๕/ ๒๓.

สุกรานิ อสาธูนิ อตฺตโน อหิตานิ จ. 
การที่ไม่ดีและไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ทำได้ง่าย. 

ขุ . ธ. ๒๕/ ๓๗.

ยํ เว หิตญฺจ สาธุญฺจ ตํ เว ปรมทุกฺกรํ. 
การใดแลเป็นประโยชน์ด้วย ดีด้วย การนั้นแลทำได้ยากยิ่ง. 

ขุ . ธ. ๒๕/ ๓๗.

๕๐ . น หิ ตํ สุลภํ โหติ สุขํ ทุกฺกฏการินา. 
สุขไม่เป็นผลอันคนทำชั่วจะได้ง่ายเลย . 
สํ . ส. ๑๕/ ๑๐๔.

กลฺยาณการี กลฺยาณํ. ปาปการี จ ปาปกํ. 
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว. 

สํ . ส. ๑๕/ ๓๓๓. ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/ ๘๔.

กมฺมุนา วตฺตี โลโก. 
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม . 

ม . ม. ๑๓/ ๖๔๘. ขุ. สุ. ๒๕/ ๔๕๗.

ปฏิกจฺเจว ตํ กยิรา ยํ ชญฺ า หิตมตฺตโน. 
รู้ว่าการใดเป็นประโยชน์แก่ตน พึงรีบทำการนั้นเทียว. 

สํ. ส. ๑๕/ ๘๑.

กยิรา เจ กยิราเถนํ. 
ถ้าจะทำ ก็พึงทำการนั้น ( จริง ๆ). 

สํ. ส. ๑๕/ ๖๗. ขุ. ธ. ๒๕๑๕๖.

กเรยฺย วากฺยํ อนุกมฺปกานํ. 
ควรทำตามถ้อยคำของผู้เอ็นดู. 

ขุ. ชา. ทสก. ๒๗/ ๒๗๒.

กิจฺจานุกุพฺพสฺส กเรยฺย กิจฺจํ. 
พึงทำกิจแก่ผู้ช่วยทำกิจ. 

ขุ. ชา. ทสก. ๒๗/ ๘๔.

นานตฺถกามสฺส กเรยฺย อตฺถํ. 
ไม่พึงทำประโยชน์แก่ผู้มุ่งความพินาศ. 

ขุ. ชา. ทสก. ๒๗/ ๘๔.


เสียงอ่านธรรมะ